.

.

วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556

study notes 11

 26 August 2013


*ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจาก อาจารย์ให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมในคณะศึกษาศาสตร์*
  
ศึกษาเพิ่นเติม 

สอนวิทยาศาสตร์ เด็กวัยอนุบาล เริ่มอย่างไรดี
> 5 แนวทางสอนคิด เติม "วิทย์" ให้เด็กอนุบาล
         วิทยาศาสตร์ คือ ความพยายามของมนุษย์ที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจกับสิ่งรอบตัวและตัวตนของ ตนเอง ซึ่งความพยายามเช่นนี้จะติดตัวกับมนุษย์เรามาตั้งแต่แรกเกิด เห็นได้จากธรรมชาติของเด็กที่มีความอยากรู้อยากเห็น ช่างสังเกตและคอยซักถามเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาเจอ และบางครั้งก็เป็นคำถามที่ยากเกินกว่าที่ผู้ใหญ่จะให้คำตอบ
ผู้ใหญ่ หลายคนที่ไม่เข้าใจในธรรมชาติความเป็นนักวิทยาศาสตร์ตัวน้อยๆ ของเด็ก จึงปิดกั้นโอกาสทางการเรียนรู้ของพวกเขาโดยการไม่ให้ความสนใจกับคำถามและการ ค้นพบแบบเด็กๆ หรือไม่ได้จัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่จะส่งเสริมและต่อยอดทักษะและแนวคิด ที่ถูกต้องให้กับเด็กอย่างเหมาะสม ซึ่งนั่นทำให้การพัฒนาทักษะของเด็กต้องขาดตอนไปอย่างน่าเสียดาย
ดร.วรนาท รักสกุลไทย นักการศึกษาปฐมวัย ผู้อำนวยการโรงเรียนเกษมพิทยา (ฝ่ายอนุบาล) กล่าวว่า "เรา คงทราบดีกันอยู่แล้วว่าวิทยาศาสตร์มีความสำคัญเพียงใด แต่สำหรับเด็กอนุบาล แนวทางการสอนต่างหากที่จะทำให้เด็กสนใจ สิ่งสำคัญที่สุดคือครูต้องแม่นยำในพัฒนาการของเด็ก เพื่อที่จะสามารถจัดการเรียนรู้ได้สอดคล้องกับความสามารถของเด็ก รวมถึงต้องอย่าลืมเรื่องจินตนาการที่มีอยู่สูงในเด็กวัยนี้"
     ทั้ง นี้ การส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยในด้านวิทยาศาสตร์นั้น อาจไม่จำเป็นต้องแยกออกมาสอนเป็นวิชาวิทยาศาสตร์ และอาจไม่ต้องกล่าวคำว่าวิทยาศาสตร์เมื่อให้เด็กทำกิจกรรมเลยด้วยซ้ำ เพียงแต่ครูปฐมวัยควรจะตระหนักรู้ว่ากิจกรรมที่จัดให้กับเด็กในแต่ละช่วง เวลานั้น เป็นการส่งเสริมทักษะและแนวคิดทางวิทยาศาสตร์อะไรให้กับเด็กๆ และควรจะจัดกิจกรรมอย่างไรเพื่อจะสามารถตอบสนองและต่อยอดธรรมชาติการเรียน รู้ของเด็กได้อย่างเป็นระบบ
ดร.เทพกัญญา พรหมขัติแก้ว นักวิชาการสาขาวิทยาศาสตร์ประถมศึกษา สสวท. กล่าวถึงแนวทางในการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กอนุบาลว่า "แนวทางของ สสวท.คือต้องการให้คุณครูบูรณาการวิทยาศาสตร์เข้าไปในการเรียนการสอนปกติของ เด็กๆ ซึ่งครูและนักการศึกษาปฐมวัยอาจจะมีคำถามว่า จะต้องแยกวิทยาศาสตร์ออกมาเป็นอีกวิชาหนึ่งไหม จริงๆ คือไม่ต้อง เพราะการเรียนรู้ในระดับปฐมวัยจะเน้นการเรียนรู้แบบองค์รวม ไม่ต้องแยกเป็นวิชา เพราะวิทยาศาสตร์คือกระบวนการการเรียนรู้ อยากให้คุณครูมองว่า มันคือการเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัวของเด็กๆ"
   "สำหรับ ปัญหาที่พบในขณะนี้ก็คือ บางครั้งเด็กมีคำถาม แล้วครูตอบไม่ได้ เพราะเราก็ต้องเข้าใจครูปฐมวัยด้วยว่า อาจไม่มีพื้นฐานในสายวิทย์มากนัก ดังนั้นเมื่อครูเกิดตอบคำถามเด็กไม่ได้ก็จะเกิดหลายกรณีตามมา เช่น ครูบอกเด็กว่า เธออย่าถามเลย เด็กก็ถูกปิดกั้นการเรียนรู้ไปเสียอีก กับอีกแบบคือ ครูตอบคำถามเด็ก ซึ่งกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ควรจะเป็นการเรียนรู้ไปด้วยกัน ให้เด็กหาคำตอบด้วยตัวเอง ไม่ใช่รอให้ครูหามาป้อน และถ้าครูตอบผิด เด็กก็อาจจำไปผิดๆ ได้"  
     นอกจากนี้ ดร.เทพกัญญา ยังได้ให้แนวทางในการ "สืบเสาะความรู้ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก" อันประกอบแนวทางปฏิบัติ 5 ข้อดังนี้
      สำหรับ ข้อ 5 นั้น ดร.เทพกัญญากล่าวว่า ในระดับเด็กอนุบาลอาจยังไม่สามารถก้าวไปถึงจุดนั้นได้ อาจต้องเป็นเด็กชั้นประถมศึกษาขึ้นไป แต่คุณครูก็ไม่ควรละเลย หากมีเด็กอนุบาลบางคนเข้าใจ คุณครูก็อาจช่วยให้เขาสามารถอธิบายได้แบบวิทยาศาสตร์ แต่ถ้าไม่ถึงก็ไม่จำเป็นต้องเคี่ยวเข็ญเด็กๆ แต่อย่างใดไม่เพียงแต่ คุณครูและโรงเรียนที่จะเป็นผู้ส่งเสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กๆ แต่พ่อและแม่เองนั้นก็มีบทบาทมากเช่นกัน แนวทางดีๆ ข้างต้น อาจเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้เด็กๆ และครอบครัวในยุคต่อไปเข้าใจ และรักใน "วิทยาศาสตร์" ได้มากขึ้นก็เป็นได้ค่ะ

study notes 10

19August 2013

การเรียนการสอน
- อาจารย์ให้นักศึกษา นำเสนอการทดลองต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว
1.กระดาษกับไม้บล็อก
2.ช็อกสลายตัว
3.ลูกโป่งในขวด
4.ตะเกียบหรรษา
5.อากาศต้องการที่อยู่
6.กระป๋องบุบ


การทดลองของฉันคือ การทดลอง:  ตะเกียบมหัศจรรย์

อุปกรณ์
                                     1.ขวดน้ำพลาสติก 2 ขวด



                                      2.  ข้าวสาร



                                       3.  ตะเกียบ



วิธีการทดลอง

                1. เทเมล็ดข้าวสารลงในขวดที่ 1 อัดเมล็ดข้าวสารให้แน่น นำตะเกียบเสียบลงไปในขวดลึกๆ อาจจะเสียบได้ยาก  จากนั้นยกขวดขึ้น-ลงด้วยตะเกียบอันเดียว





2. เทเมล็ดข้าวสารในขวดที่ 2 ไม่ให้เมล็ดข้าวสารอัดแน่น เพราะว่าทำให้เมล็ดข้าวสาร มีระยะห่าง  หลังจากนั้นเราเสียบตะเกียบลงไป จะเห็นได้ว่าจะเสียบตะเกียบลงได้อย่างง่ายด้าย  และดึงตะเกียบขึ้น

               3. สังเกตว่า ยกได้ไหมและจดบันทึก


ผลการทดลอง
                   ขวดที่ 1 ที่อัดเมล็ดข้าวสารแน่นๆ  เกิดจากแรงเสียดทานระหว่างเมล็ดข้าวสารและตะเกียบ  มีแรงเสียดทานมากกว่าน้ำหนักของเมล็ดข้าวสารที่อยู่ในขวดเราจึงสามารถที่จะยกขวดข้าวสารขึ้น-ลง ด้วยตะเกียบอันเดียว
                  ขวดที่ 2 ที่ไม่ให้เมล็ดข้าวสารอัดแน่น  เมื่อเราดึงตะเกียบออกมา จะเห็นได้ว่า เนื่องจากแรงเสียดทานระหว่างตะเกียบและเมล็ดข้าวสารมีน้อยมาก   เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำหนักขวด  ข้าวสารที่อยู่ภายในจึงไม่สามารถยกตะเกียบแค่ด้ามเดียว   

 -  อาจารย์ให้คำเสนอแนะ  การนำเสนอ และ การทดลองที่น่าสนใจ
  - กระบวนการเขียนวิธีการสอนการทดลอง มี 4 ขั้นตอน
      1. สมมุติฐาน
      2. ทดลอง
      3. รวบรวมข้อมูล
      4. สรุป

study notes 9

12 August 2013


"ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากเป็นวันแม่แห่งชาติ"




 17  August 2013
 ( เรียนชดเชย วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2556 เนื่องจากหยุด วันแม่ )

- อาจารย์เช็คชื่อ พร้อมสอบถามว่า นักศึกษาคนไหน ทำของเล่นเข้ามุมเสร็จแล้วบ้าง

 - สำหรับนักศึกษา ที่ยังทำของเล่นเข้ามุมไม่เสร็จ อาจารย์ให้จับคู่ 2- 3 คน เพื่อประดิษฐ์ของเล่นเข้ามุม โดย อาจารย์ได้นำกล่องที่ไม่ใช้แล้วหลายขนาด มาแจกให้ กลุ่มละ 1 กล่อง โดยให้นักศึกษาเลือกกล่องขนาดใดก็ได้



-  อาจารย์ให้นักศึกษาออกมานำเสนอการทดลอง ที่เตรียมมา
1.ดอกไม้บาน
2. น้ำ มาจากไหน
3.การชั่งน้ำหนักบนดวงจันทร์
4. น้ำไม่ล้น
5.ลูกโป่งลากกระป๋อง
6. เส้นด้ายยกน้ำแข็ง








study notes 8


5 August 2013




* ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากอยู่ในช่วงสอบกลางภาคของภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2556*








study notes 7


29 July 2013
การเรียนการสอน 

*ไม่มีการเรียนการสอน  เนื่องจาก  อาจารย์ให้นักศึกษาอ่านหนังสือเตรียมสอบ*

การสอนชดเฉย


28 July  2556

การเรียนชดเฉย

-         - อาจารย์ให้ นักศึกษานำเสนอ ของเล่น ที่เตรียมมา พร้อมบอกวิธีการเล่น

   1. เป่าปิงปองด้วยหลอด
   2. ไก่กระต๊าก
   3. เฮอร์ริคคอปเตอร์กระดาษ
   4. กังหันลมจิ๋ว
   5. โบว์ลิ่ง
   6. โยโย่ผสมสี
   7. ลูกข่างจากแผ่นCD เก่า
   8. เรือพลังยาง
   9. คอปเตอร์ไม้ไอติม
  10. รถไถจากหลอดด้าย


-  อาจารย์ให้ออกไปนำเสนอ ของเล่นวิทยาศาสตร์  พร้อมบอกว่าของเล่นชิ้นนั้นสอนในเรื่องวิทยาศาสตร์อย่างไร                                   
           
                > สื่อของเล่นที่ดิฉันทำคือ   คอปเตอร์ไม้ไอศครีม ดังนี้



งานที่อาจารย์สั่ง
-ทำของเล่นเข้ามุม  เตรียมนำเสนอ 
-นำสื่อที่ทำไปสอนเด็กทำและให้เด็กเล่น








study notes 6


22  July 2013
การเรียนการสอน


หมายเหตุ ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากเป็นวันอาฬสาหบูชา